Forged by the Golden Melody

Forged by the Golden Melody

Forged by the Golden Melody

Stats

Lv. 90/90
พลังโจมตีพื้นฐาน 510
อัตราคริ 27.6%

Weapon Effect

Day and Night in Counterpoint

ทุก 10 วินาที ผู้สวมใส่จะบรรเลง "บทเพลงประสานเสียง (Harmonic Movement)" ที่มีเอฟเฟกต์สอดคล้องกันตามลำดับดังนี้: พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 18% / ความชำนาญธาตุเพิ่มขึ้น 120 หน่วย / ความเสียหายปฏิกิริยาประกายดาวเพิ่มขึ้น 28% เอฟเฟกต์บทเพลงแต่ละชนิดจะเกิดขึ้นเป็นเวลา 10 วินาที เอฟเฟกต์ข้างต้นยังคงเกิดขึ้นได้ แม้ผู้สวมใส่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้
หลังจากทำให้เกิดปฏิกิริยาประกายดาว จะได้รับ "Harmonic Movement: Contrapuntal" ซึ่งจะคงอยู่เป็นเวลา 12 วินาที และมีผลเหมือนกับเอฟเฟกต์ Harmonic Movement ที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดปฏิกิริยาประกายดาว เอฟเฟกต์นี้สามารถซ้อนทับกับเอฟเฟกต์ Harmonic Movement เดิมได้ และเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 12 วินาที

Total Materials

Description

ดาบใหญ่ที่ประดับด้วยทองคำ ตามตำนานเล่าว่าในอดีตอันแสนไกลนั้น มันเคยเป็นอาวุธที่ช่างจูนเสียงผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งโปรดปราน บนระเบียงทางเดินอันเงียบสงบที่สร้างขึ้นจากหินขาว ท่วงทำนองประสานอันศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ล่องลอยพลิ้วไหวผ่านปลายนิ้วของนักดนตรีอย่างแผ่วเบา
สหายรักผมบลอนด์ลูบจับชุดคลุมสีม่วงอันสง่างาม ก่อนโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของผู้บรรเลง

"เพื่อนรัก พี่น้องของฉัน เงยหน้าขึ้นมาสิ ลองมองดูเหล่าทาสผู้โง่เขลาพวกนั้น"
ในน้ำเสียงที่อ่อนหวานราวกับบทเพลงและน้ำผึ้ง ยังคงเจือความหยิ่งยโสที่ไม่คิดจะปิดบังเช่นเคย
"ฝูงชนผู้โง่เขลา ดันทึกทักไปเองว่า ภาระอันแสนสาหัสที่เราทั้งคู่แบกรับไว้ เป็นการหลงระเริงในความสุขสบายอันฟุ่มเฟือยซะได้"
"น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ... การบรรเลงเดี่ยวที่แสนไพเราะเช่นนี้ กลับเป็นเพียงธุลีดินที่ร่วงหล่นสู่โลกมนุษย์"

นักดนตรีหยุดบรรเลงเครื่องดนตรีในมือ ไม่ได้โต้แย้ง ทำเพียงแค่ทอดถอนใจออกมา
ใช่แล้ว แม้จะเคาะให้ซากกระดูกแห่งผืนปฐพีดังก้องกังวาน รังสรรค์ปาฏิหาริย์ที่คนสามัญไม่อาจจินตนาการถึงได้
หน้าที่การปรับจูนที่ต้องชำระล้างความทุกข์ระทมของสายน้ำทั้งมวล แก่นแท้ของมันยังคงเป็นการเผาผลาญวิญญาณดั่งฟืนไฟ
ความทุกข์ตรม ความเจ็บปวด และความเคียดแค้นที่ไหลเวียนอยู่ในคูน้ำสูง ล้วนต้องให้พวกเขาเป็นผู้ปรับประสานและชำระล้าง
เพื่อให้ปณิธานอันยิ่งใหญ่ ที่หมายจะกอบกู้สรรพชีวิตของเทพราชาผู้พำนักอยู่ในตำหนักทองคำนั้น ได้กลายเป็นความเป็นจริง

"อย่าปล่อยให้ความหยิ่งยโสและความจองหองมาบดบังดวงตาเลย เพื่อนรักของฉัน พี่น้องของฉัน"
"พวกเราได้รับการยกระดับ ก็เพื่อชี้นำและช่วยเหลือเหล่าทาสผู้โง่เขลาที่พูดถึงนั่นแหละ"
"หากรังแต่จะดูถูกเหยียดหยามต่อพวกเขา แล้วจะบรรเลงท่วงทำนองอันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของ Sebastos ได้อย่างไร?"

สหายผมบลอนด์แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ตำหนิความอ่อนแอของเขา ก่อนจะนั่งลงข้างกายเขาแล้วดีดสายพิณ
ท่ามกลางเสียงคลอกังวานของสายพิณที่เริ่มเลือนหาย สิ่งที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดที่ควรจะสมบูรณ์แบบของเขา กลับเป็นภาพเงาจากอดีต
ในตอนนั้น เขาก็เคยเป็นคนในอดีตที่โง่เขลา คอยโอบกอดความคาดหวังที่ในตอนนี้ นับว่าเป็นเพียงความอ่อนแอก็เท่านั้น
ทว่าแสงจันทร์สีน้ำและถ้อยคำอันอ่อนหวาน สุดท้ายก็เลือนหายไปท่ามกลางเสียงแตรศึกกึกก้อง หลงเหลือเพียงคำสาบานอันหนักอึ้งที่ไม่อาจเป็นจริง
บางที เขาอาจไม่ควรมาเป็นช่างจูนเสียงแต่แรก เขาคิด เพราะเขาไม่เคยยึดถือความเพ้อฝันอันสูงส่งใด ๆ เลย
เพียงแต่ยังคงเฝ้าหวังอยู่เพียงลำพังเหมือนดั่งในอดีตว่า จะช่วยให้ทายาทแห่งท้องทะเลทุกข์ทรมานน้อยลงสักนิด

"เธอไม่เคยเชื่อในเทพเจ้าองค์ใด เพราะผู้ศรัทธาเทพเจ้าจะไม่แอบอ้างนามของเทพ เพื่อมากระทำการโหดร้าย"
สหายผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาราวกับพี่สาวเคยทอดถอนใจกับเขาเช่นนี้ เศร้าใจที่อนารยชนผู้โหดเหี้ยมเหล่านั้น กลับไร้ความน่าเชื่อถือถึงเพียงนี้
ใช่สิ เธอย่อมไม่ศรัทธาในเทพเจ้า เขาคิด แต่สำหรับเขากับ Sebastos แห่งพระราชวังทองคำแล้ว ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
หากผู้ที่ได้รับการยกระดับคือเธอ เธอก็คงยอมก้มหัวให้กับ Sebastos เช่นกัน
หากผู้ที่มุ่งมั่นจะแก้แค้นคือเขา เขาก็คงแอบอ้างนามแห่งเทพเช่นกัน

นักดนตรี นักดนตรีผู้หยิ่งผยอง นักดนตรีที่คิดว่าตนไม่ได้หยิ่งผยอง มักจะเชื่อเช่นนี้เสมอมา
เชื่อว่าเขาสามารถเข้าใจความเศร้าโศกในใจผู้คนที่ไม่ได้ระบายออกมาได้ เหมือนกับที่เขาอ่านความคิดของเธอออก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานทั้งอย่างนี้ จนกระทั่งความเพ้อฝันอันขบถนั้น ได้สลายเป็นความว่างเปล่าในแสงสว่าง
จนกระทั่งความบาดหมางในอดีตมลายหายไปจนหมดสิ้น เจตจำนงที่กระจัดกระจายนับไม่ถ้วน ถึงได้หวนคืนสู่สายน้ำอันแสนสงบ
จนถึงวินาทีสุดท้าย เมื่อมองไปยังนักเดินทางผมบลอนด์ นักดนตรีถึงได้ตระหนักชัดแจ้ง
จนกว่าวาระสุดท้ายจะมาถึง ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ตนเข้าใจหัวใจอีกดวงหนึ่ง
ไม่ใช่เพียงแค่เธอ ความคลั่งไคล้ของสหายรัก ความเมตตากรุณาของสหายหญิง หรือปณิธานอันยิ่งใหญ่ของเทพราชา
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เขาก็ไม่อาจยืนยันได้เลยว่า ตนสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
บางทีท้ายที่สุดแล้ว ท่วงทำนองทั้งหมดบนโลกใบนี้ ก็เป็นเพียงบทเพลงขาดห้วงที่ไม่มีทางบรรเลงร่วมกันได้
ท้ายที่สุดแล้ว สรรพชีวิตที่ล่องลอยอยู่เหนือห้วงทะเล ก็เป็นเพียงเสียงสะท้อนท่ามกลางความโดดเดี่ยวของตนเอง

...แต่นั่นไม่สำคัญมาตั้งนานแล้ว ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
ความฝันทั้งหมด ไม่ว่าจะสูงส่ง ต่ำช้า บริสุทธิ์หรือโสมม
สุดท้ายก็เป็นดั่งหยาดฝนบางเบาที่โปรยปรายลงมา ไหลหลอมรวมเข้ากับสายน้ำทั้งมวล
เหมือนหยดน้ำตาหยดนั้น ในตอนที่เธอโอบกอดร่างอันแหลกสลายของเขาไว้ในอ้อมอก
แล้วเลือนหายไปอย่างเงียบสงัด ท่ามกลางเงาที่บรรเลงสอดประสานของทิวาและราตรี