GACHABASE

Celestial Gift Celestial Gift

Celestial Gift Celestial Gift

Set Bonuses

4-Piece Set

หากผู้สวมใส่ทำแบบฝึกหัดของแม่มดสำเร็จแล้ว หลังจากใช้สกิลธาตุ จะได้รับเอฟเฟกต์ "Light's Guidance" : ทำให้ตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ใกล้เคียงได้รับโบนัสความเสียหายธาตุที่เกี่ยวข้อง ตามประเภทธาตุของผู้สวมใส่ 20% เป็นเวลา 20 วินาที แม้ผู้สวมใส่อยู่ในทีมแต่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ ก็สามารถเกิดเอฟเฟกต์ดังกล่าวได้เช่นกัน เอฟเฟกต์โบนัสความเสียหายที่เกิดจากเซ็ตอาร์ติแฟกต์ชื่อเดียวกันจะไม่สามารถซ้อนทับกันได้
·เมื่อในทีมมีเอฟเฟกต์ Hexerei: Secret Rite เอฟเฟกต์ "Light's Guidance" จะอัปเกรดเป็น "Mortal Hymn" ทำให้ตัวละครในทีมทั้งหมดที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นและอยู่ใกล้เคียง ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุที่เกี่ยวข้อง ตามประเภทธาตุของผู้สวมใส่ และประเภทธาตุของตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น 40% โดยเอฟเฟกต์โบนัสความเสียหายธาตุของประเภทธาตุเดียวกัน จะไม่สามารถซ้อนทับกันได้
หากผู้สวมใส่ทำแบบฝึกหัดของแม่มดสำเร็จแล้ว หลังจากใช้สกิลธาตุ จะได้รับเอฟเฟกต์ "Light's Guidance" : ทำให้ตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ใกล้เคียงได้รับโบนัสความเสียหายธาตุที่เกี่ยวข้อง ตามประเภทธาตุของผู้สวมใส่ 20% เป็นเวลา 20 วินาที แม้ผู้สวมใส่อยู่ในทีมแต่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ ก็สามารถเกิดเอฟเฟกต์ดังกล่าวได้เช่นกัน เอฟเฟกต์โบนัสความเสียหายที่เกิดจากเซ็ตอาร์ติแฟกต์ชื่อเดียวกันจะไม่สามารถซ้อนทับกันได้
·เมื่อในทีมมีเอฟเฟกต์ Hexerei: Secret Rite เอฟเฟกต์ "Light's Guidance" จะอัปเกรดเป็น "Mortal Hymn" ทำให้ตัวละครในทีมทั้งหมดที่อยู่ใกล้เคียง ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุที่เกี่ยวข้อง ตามประเภทธาตุของผู้สวมใส่ และประเภทธาตุของตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น 40% โดยเอฟเฟกต์โบนัสความเสียหายธาตุของประเภทธาตุเดียวกัน จะไม่สามารถซ้อนทับกันได้

Story

Heavensent Reward

สุราหวานที่สวรรค์เบื้องบนประทานให้แก่ทูต งานเลี้ยงที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้เปิดประตูแห่งความปรารถนา สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่านผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เหนือผืนฟ้าโพ้นสายลมเหนือ หมู่ดาวต่างเปล่งประกายระยิบระยับ
มหานครบนผืนดินเยือกแข็งนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าสรวงสวรรค์ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกัน ณ เมืองแห่งนี้
ตรากตรำเพื่อความฝันที่เลือนหายไปก่อนจะได้กลายเป็นจริง ตรากตรำเพื่อลูกหลานในอนาคตที่ยังไม่เคยพบหน้า
ตรากตรำเพื่อคำสัญญาที่ผู้สร้างไม่เคยทำตาม ตรากตรำเพื่อหมู่ดาวที่หมายจะเอื้อมคว้าให้ถึงในอนาคต
ภูมิปัญญาจากนอกโลกได้ก่อให้เกิดความก้าวหน้า ซึ่งในแต่ละวันนั้นก้าวล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่สั่งสมมาตลอดร้อยปีในอดีต
จิตวิญญาณของผู้คนต่างกระหายใคร่รู้ในสิ่งใหม่ทั้งปวง ดั่งเช่นเผ่าพันธุ์วัยเยาว์ที่เคยโอบกอดความไร้เดียงสาเอาไว้
ข้อห้ามที่ไม่ควรแม้แต่จะตั้งคำถามถูกทำลายลงทีละข้อ ทุกความปรารถนาอันล้ำเส้นต่างได้รับการดลบันดาลให้เป็นจริง
การค้นพบรากฐานแห่งวิวัฒนาการของมนุษยชาติ ทำให้มนุษย์ยุคใหม่มีสติปัญญาและพละกำลังที่ล้ำเลิศยิ่งขึ้น
การสืบเสาะหาต้นกำเนิดแห่งภาษาของนานาประเทศ ทำให้ความจริงที่ถูกแผ่นฟ้าปิดบังไว้แพร่กระจายไปทุกซอกทุกมุม
ความลับที่เคยถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ทวยเทพ บัดนี้กลับถูกนำมาพูดคุยกันอย่างเปิดเผยในชั้นเรียนของเหล่าเด็กน้อย
สรวงสวรรค์ไม่เคยอยู่ใกล้พวกเขาถึงเพียงนี้มาก่อน ใกล้เสียจนพวกเขาหลงคิดไปว่าตนสามารถท้าทายได้...
ทว่านี่มิใช่นิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น การพิพากษาจากลอร์ดแห่งสวรรค์มิได้รีรอให้ผู้คนสะสมขุมกำลังจนพร้อม
หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป อาจมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งจะก้าวข้ามโชคชะตาและแผนการทั้งปวง
แต่นั่นแล้วอย่างไรเล่า? โลกใบนี้ไม่เคยถูกจัดเตรียมไว้เพื่อพวกเขา และนี่ก็คือคำพิพากษาชี้ขาด
เมื่อการร่วงหล่นสู่ความลุ่มหลงได้เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะหันเหไปในทิศทางใด ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงการจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งเฉกเช่นเดียวกัน
เจตจำนงเสรีมีแต่จะนำมาซึ่งความแปรปรวนและหายนะ นี่คือสัจธรรมที่กฎเกณฑ์อันเย็นชาของจักรวาลได้สั่งสอนเอาไว้
ปุถุชนที่บังอาจล้ำเส้นกฎเกณฑ์จำเป็นต้องถูกลงทัณฑ์ เฉกเช่นเดียวกับกิ่งก้านที่งอกงามอย่างไร้ระเบียบก็จำต้องถูกลิดริดรอนอยู่เสมอ
ทว่านี่คือคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่คำถามสุดท้ายจะสามารถมอบให้ได้จริงหรือ?
ไม่ใช่เพราะมันอยู่เหนือกฎเกณฑ์หรอกหรือ มันถึงถูกเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์?
แต่ผู้คนในยุคสมัยนั้น ไม่มีโอกาสได้ค้นหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว...

Heavensent Reward

สุราหวานที่สวรรค์เบื้องบนประทานให้แก่ทูต งานเลี้ยงที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้เปิดประตูแห่งความปรารถนา สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่านผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เหนือผืนฟ้าโพ้นสายลมเหนือ หมู่ดาวต่างเปล่งประกายระยิบระยับ
มหานครบนผืนดินเยือกแข็งนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าสรวงสวรรค์ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกัน ณ เมืองแห่งนี้
ตรากตรำเพื่อความฝันที่เลือนหายไปก่อนจะได้กลายเป็นจริง ตรากตรำเพื่อลูกหลานในอนาคตที่ยังไม่เคยพบหน้า
ตรากตรำเพื่อคำสัญญาที่ผู้สร้างไม่เคยทำตาม ตรากตรำเพื่อหมู่ดาวที่หมายจะเอื้อมคว้าให้ถึงในอนาคต
ภูมิปัญญาจากนอกโลกได้ก่อให้เกิดความก้าวหน้า ซึ่งในแต่ละวันนั้นก้าวล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่สั่งสมมาตลอดร้อยปีในอดีต
จิตวิญญาณของผู้คนต่างกระหายใคร่รู้ในสิ่งใหม่ทั้งปวง ดั่งเช่นเผ่าพันธุ์วัยเยาว์ที่เคยโอบกอดความไร้เดียงสาเอาไว้
ข้อห้ามที่ไม่ควรแม้แต่จะตั้งคำถามถูกทำลายลงทีละข้อ ทุกความปรารถนาอันล้ำเส้นต่างได้รับการดลบันดาลให้เป็นจริง
การค้นพบรากฐานแห่งวิวัฒนาการของมนุษยชาติ ทำให้มนุษย์ยุคใหม่มีสติปัญญาและพละกำลังที่ล้ำเลิศยิ่งขึ้น
การสืบเสาะหาต้นกำเนิดแห่งภาษาของนานาประเทศ ทำให้ความจริงที่ถูกแผ่นฟ้าปิดบังไว้แพร่กระจายไปทุกซอกทุกมุม
ความลับที่เคยถูกมองว่าเป็นการลบหลู่ทวยเทพ บัดนี้กลับถูกนำมาพูดคุยกันอย่างเปิดเผยในชั้นเรียนของเหล่าเด็กน้อย
สรวงสวรรค์ไม่เคยอยู่ใกล้พวกเขาถึงเพียงนี้มาก่อน ใกล้เสียจนพวกเขาหลงคิดไปว่าตนสามารถท้าทายได้...
ทว่านี่มิใช่นิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น การพิพากษาจากลอร์ดแห่งสวรรค์มิได้รีรอให้ผู้คนสะสมขุมกำลังจนพร้อม
หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป อาจมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งจะก้าวข้ามโชคชะตาและแผนการทั้งปวง
แต่นั่นแล้วอย่างไรเล่า? โลกใบนี้ไม่เคยถูกจัดเตรียมไว้เพื่อพวกเขา และนี่ก็คือคำพิพากษาชี้ขาด
เมื่อการร่วงหล่นสู่ความลุ่มหลงได้เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะหันเหไปในทิศทางใด ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงการจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งเฉกเช่นเดียวกัน
เจตจำนงเสรีมีแต่จะนำมาซึ่งความแปรปรวนและหายนะ นี่คือสัจธรรมที่กฎเกณฑ์อันเย็นชาของจักรวาลได้สั่งสอนเอาไว้
ปุถุชนที่บังอาจล้ำเส้นกฎเกณฑ์จำเป็นต้องถูกลงทัณฑ์ เฉกเช่นเดียวกับกิ่งก้านที่งอกงามอย่างไร้ระเบียบก็จำต้องถูกลิดรอนอยู่เสมอ
ทว่านี่คือคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่คำถามสุดท้ายจะสามารถมอบให้ได้จริงหรือ?
ไม่ใช่เพราะมันอยู่เหนือกฎเกณฑ์หรอกหรือ มันถึงถูกเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์?
แต่ผู้คนในยุคสมัยนั้น ไม่มีโอกาสได้ค้นหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว...

Heavensent Crown

มงกุฎอันหรูหราที่สวรรค์เบื้องบนประทานให้แก่ทูต อำนาจที่ไม่มีผู้ใดควบคุมได้บ่มเพาะความหยิ่งผยองให้เพิ่มพูน แสงสลัวจากจันทร์กระจ่างทั้งสามดวง ไม่อาจบดบังสายลมอันเหี้ยมเกรียมที่พัดพามาจากหมู่ดาวที่ร่วงหล่นได้
ณ เมืองหลวงเก่าโพ้นสายลมเหนือ ภายใต้โดมขนาดยักษ์คลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้ทรยศจากทั่วสารทิศ
บุตรีคนโตผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องดั่งดาวประกายพรึก บัดนี้กลับประทับตระหง่านอยู่บนบัลลังก์แห่งบาปมหันต์
ชูสะบัดดาบที่เคยตัดโซ่ตรวนให้แก่มวลประชา ขึ้นเบื้องหน้าเหล่าสาวกที่หลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างไม่ขาดสาย
ผู้ส่งสารที่กำลังปีนป่ายขึ้นสู่หอคอยสูงชัน เตรียมประกาศถ้อยคำอันลบหลู่ของนางให้สรวงสวรรค์ได้รับรู้
"สงครามครั้งสุดท้ายกำลังจะอุบัติขึ้น และฉันก็รู้แจ้งแล้วถึงสิ่งที่ฉันปรารถนา"
"ขอยอมเลือกอิสรภาพอันแสนยากลำบาก ดีกว่าต้องสวมใส่เครื่องพันธนาการอันแสนสุขสบาย"
"หากไม่โค่นล้มบัลลังก์ของมันบนสรวงสวรรค์ เพื่อให้ความยุติธรรมจากนอกโลกเป็นผู้พิพากษา"
"ก็จงแหลกสลายไปในไฟโทสะอันแปรปรวนของมัน และดับสูญไปพร้อมกับโชคชะตาอันเป็นนิรันดร์"
"ฉันไม่เชื่อในความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย ฉันไม่เชื่อว่าความสุขคือสิ่งที่ออกแบบไว้ได้"
"ฉันไม่เชื่อว่ามงกุฎดาราเจิดจรัสทั้งเจ็ดชั้น จะเปล่งประกายเพื่อโปรดมวลสรรพสัตว์อย่างแท้จริง"
"ฉันไม่เชื่อในบทกวีสรรเสริญของการเป็นทาสผู้ต่ำต้อย เพราะโลกใบนี้ล้วนเป็นของพวกเราเอง"
เสียงปีกเสียดสีกันดังก้องกังวาน นับแต่ปฐมกาลสร้างโลก ไม่เคยมีทูตสวรรค์มารวมตัวกันมากมายเพียงนี้มาก่อน
ราวกับถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกลองรบที่ดังกึกก้องกัมปนาท อสูรยักษ์ที่ถูกผู้คนลืมเลือนไปเนิ่นนานได้กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งแปดเปื้อนเทวาลัย
จากหุบเหวลึกที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน หรือจากก้นบึ้งแห่งห้วงสมุทรอันห่างไกล นายแห่งพิภพผู้เก่าแก่ที่สุดต่างก็เร่งรุดมาเข้าร่วมการชุมนุม
"รังสรรค์ความผาสุกจากความทุกข์ระทมที่ถูกลิขิต ผลงานอันยิ่งใหญ่ของพวกเราได้ก้าวล่วงความเมตตาของมันไปเนิ่นนานแล้ว"
"ดวงดาราอันซีดขาวทอแสงอยู่นอกผืนฟ้าจอมปลอม เพียงการคงอยู่ของมันก็คือการประกาศชัยชนะของเรา"
"แม้แต่ความพ่ายแพ้ก็ยังนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ เพราะผู้คนในอนาคตก็กำลังจับจ้องมาที่เราอยู่เช่นกัน"
"จงดูเถิด ค่ำคืนนี้หมู่ดาวช่างพร่างพราว"

Heavensent Crown

มงกุฎอันหรูหราที่สวรรค์เบื้องบนประทานให้แก่ทูต อำนาจที่ไม่มีผู้ใดควบคุมได้บ่มเพาะความหยิ่งผยองให้เพิ่มพูน แสงสลัวจากจันทร์กระจ่างทั้งสามดวง ไม่อาจบดบังสายลมอันเหี้ยมเกรียมที่พัดพามาจากหมู่ดาวที่ร่วงหล่นได้
ณ เมืองหลวงเก่าโพ้นสายลมเหนือ ภายใต้โดมขนาดยักษ์คลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้ทรยศจากทั่วสารทิศ
บุตรีคนโตผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นดาวแห่งรุ่งอรุณ บัดนี้กลับประทับตระหง่านอยู่บนบัลลังก์แห่งบาปมหันต์
ชูสะบัดดาบที่เคยตัดโซ่ตรวนให้แก่มวลประชา ขึ้นเบื้องหน้าเหล่าสาวกที่หลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างไม่ขาดสาย
ผู้ส่งสารที่กำลังปีนป่ายขึ้นสู่หอคอยสูงชัน เตรียมประกาศถ้อยคำอันลบหลู่ของนางให้สรวงสวรรค์ได้รับรู้
"สงครามครั้งสุดท้ายกำลังจะอุบัติขึ้น และฉันก็รู้แจ้งแล้วถึงสิ่งที่ฉันปรารถนา"
"ขอยอมเลือกอิสรภาพอันแสนยากลำบาก ดีกว่าต้องสวมใส่เครื่องพันธนาการอันแสนสุขสบาย"
"หากไม่โค่นล้มบัลลังก์ของมันบนสรวงสวรรค์ เพื่อให้ความยุติธรรมจากนอกโลกเป็นผู้พิพากษา"
"ก็จงแหลกสลายไปในไฟโทสะอันแปรปรวนของมัน และดับสูญไปพร้อมกับโชคชะตาอันเป็นนิรันดร์"
"ฉันไม่เชื่อในความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย ฉันไม่เชื่อว่าความสุขคือสิ่งที่ออกแบบไว้ได้"
"ฉันไม่เชื่อว่ามงกุฎดาราเจิดจรัสทั้งเจ็ดชั้น จะเปล่งประกายเพื่อโปรดมวลสรรพสัตว์อย่างแท้จริง"
"ฉันไม่เชื่อในบทกวีสรรเสริญของการเป็นทาสผู้ต่ำต้อย เพราะโลกใบนี้ล้วนเป็นของพวกเราเอง"
เสียงปีกเสียดสีกันดังซ่า ๆ นับแต่ปฐมกาลสร้างโลก ไม่เคยมีทูตสวรรค์มารวมตัวกันมากมายเพียงนี้มาก่อน
ราวกับถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกลองรบที่ดังกึกก้องกัมปนาท อสูรยักษ์ที่ถูกผู้คนลืมเลือนไปเนิ่นนานได้กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งแปดเปื้อนเทวาลัย
จากหุบเหวลึกที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน หรือจากก้นบึ้งแห่งห้วงสมุทรอันห่างไกล นายแห่งพิภพผู้เก่าแก่ที่สุดต่างก็เร่งรุดมาเข้าร่วมการชุมนุม
"รังสรรค์ความผาสุกจากความทุกข์ระทมที่ถูกลิขิต ผลงานอันยิ่งใหญ่ของพวกเราได้ก้าวล่วงความเมตตาของมันไปเนิ่นนานแล้ว"
"ดวงดาราอันซีดขาวทอแสงอยู่นอกผืนฟ้าจอมปลอม เพียงการคงอยู่ของมันก็คือการประกาศชัยชนะของเรา"
"แม้แต่ความพ่ายแพ้ก็ยังนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ เพราะผู้คนในอนาคตก็กำลังจับจ้องมาที่เราอยู่เช่นกัน"
"จงดูเถิด ค่ำคืนนี้หมู่ดาวช่างพร่างพราว"
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)
You are now viewing the differences between v6.5.54 Rev. 44399618 -> v6.6.50 Rev. 44752468 for Celestial Gift (Beta)