Story
Defender of the Enchanting Dream
ถ้วยทองคำโบราณ ที่มีรูปทรงสวยงามหรูหรา ภายในที่ว่างเปล่านั้น ราวกับมีเสียงกระซิบสะท้อนอยู่ นักเดินทางผู้มาดื่มกินน้ำแร่เอ๋ย โปรดรับฟังถ้อยคำของคนแก่ตาบอดผู้นี้...
ถ้อยคำที่กล่าวถึงบทโศกแห่งเมือง Gurabad ถ้อยคำที่เกี่ยวกับฝันประหลาดของนายแห่งทรายสีชาด...
ถ้อยคำซึ่งเล่าถึงเศษเสี้ยวญิณกล้าหาญผู้สัตย์ซื่อ รวมถึงถ้อยคำที่บอกถึงความทรยศของพวกพ้อง
ตำนานเล่าขานว่า ยามเมื่อราชินีแห่งบุปผาร่วงโรย บริวารญินหลายตนของนางได้หันไปสวามิภักดิ์ต่อราชา Deshret แทน
ราชา Deshret คอยตามหาสรวงสวรรค์ในวันเก่า ณ จุดที่เสาสวรรค์ตกลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และได้สร้างโอเอซิสนิรันดร์ขึ้น...
ญิณยิ่งใหญ่นามว่า "Ferigees" ได้รับสั่งจากนายแห่งทรายสีชาดให้เป็นผู้ปกครองโอเอซิส
เพื่อปกปักรักษาสุสานซึ่งนายหญิงหลับใหล นางเคยใช้พลังแห่งญิณ เพื่อคงรักษาน้ำแร่ไม่ขาดสาย
แพร่ขยายความเขียวชุ่มไปทั่วทะเลทรายดั่งดาวพร่างพราย และมอบแหล่งพักพิงให้แก่ผู้ร่อนเร่ซึ่งสูญเสียบ้านเกิดเมืองนอนไป...
เวลาต่อมา ภายใต้การนำของญิณ Liloupar เมืองห้อมล้อม "โอเอซิสนิรันดร์" ที่ถูกปกครองด้วยราชาชาวมนุษย์ก็ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น
ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อนายหญิงแห่งบุปผา และความเมตตาที่มีต่ออาณาจักรแห่งใหม่ Ferigees ตัดสินใจที่จะเสียสละตนเอง
ญิณยิ่งใหญ่เมินซึ่งคำรั้งจากราชันทรายชาด และขังร่างงดงามของตนไว้ในโซ่ตรวนอันหนาวเหน็บ
แปรเปลี่ยนเป็นผนึกราวกับแก้วคริสตัล เพื่อระงับโทสะของทะเลทราย และใช้รูปลักษณ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมาปกป้องเมืองของมนุษย์...
"ถึงกระนั้น สรรพสิ่งก็มีเวลาของตน สรรพสิ่งย่อมมีวันเปลี่ยนผัน วันนี้พึ่งพากันและกัน พรุ่งนี้อาจทอดทิ้งอีกฝ่ายเหมือนกัน"
"สูญสิ้นอิสระที่ญิณแสนภาคภูมิใจ สูญเสียร่างกายที่ใช้เสพความรักและสุขสันต์ สติเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา"
"นางไม้แห่งบงกชใช้วาจาโป้ปดหวานเชื่อมล่อลวงราชาชาวมนุษย์สู่กลอุบาย ส่วนราชันทรายชาดเองก็จมดิ่งลงสู่ฝันแห่งความบ้าคลั่ง..."
"ข้ารอคอยมาโดยตลอด เอาแต่เฝ้ารออยู่ในห้วงฝันอันไร้ซึ่งการหลับใหล... รอให้ราชาแห่งผืนทรายทำตามคำสัญญาตั้งแต่ครั้นโบราณ"
ร่างที่ถูกตรึงภายในจักรกลรูปลักษณ์อัปลักษณ์ ยังคงเฝ้าหวังว่านายหญิงแห่งตนจะตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์
นางปกปักรักษาความฝันที่แตกสลายของดินแดนแห่งทรายอย่างเงียบงัน โดยโอบกอดความหวังอันน่าเศร้านี้ไว้
แม้ว่าน้ำแร่จะมีเศษทรายกรวดรสขมปะปน แม้ว่าโอเอซิสจะถูกทรายทับถมกลืนหายไป...
ท่ามกลางแรงเคลื่อนตัวอันเป็นนิรันดร์ของเครื่องจักรกลนั้น ยังคงคอยฟังฝีเท้าที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอยู่
"แต่อาจารย์ตาบอดท่านนี้เอ๋ย ข้าที่เป็นทาสซึ่งถูกโซ่ตรวนตั้งแต่เกิดนั้น ข้าผู้ซึ่งสูญสิ้นไปทุกอย่างตั้งแต่เด็กนั้น..."
"ข้าที่ถูกโชคชะตาซึ่งยากจะคาดเดาดั่งเนินทรายทอดทิ้งผู้นี้ ยังมีสิทธิ์รอต้อนรับโอกาสเปลี่ยนผันของชีวิตอีกหรือ?"
ถ้อยคำที่กล่าวถึงบทโศกแห่งเมือง Gurabad ถ้อยคำที่เกี่ยวกับฝันประหลาดของนายแห่งทรายสีชาด...
ถ้อยคำซึ่งเล่าถึงเศษเสี้ยวญิณกล้าหาญผู้สัตย์ซื่อ รวมถึงถ้อยคำที่บอกถึงความทรยศของพวกพ้อง
ตำนานเล่าขานว่า ยามเมื่อราชินีแห่งบุปผาร่วงโรย บริวารญินหลายตนของนางได้หันไปสวามิภักดิ์ต่อราชา Deshret แทน
ราชา Deshret คอยตามหาสรวงสวรรค์ในวันเก่า ณ จุดที่เสาสวรรค์ตกลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และได้สร้างโอเอซิสนิรันดร์ขึ้น...
ญิณยิ่งใหญ่นามว่า "Ferigees" ได้รับสั่งจากนายแห่งทรายสีชาดให้เป็นผู้ปกครองโอเอซิส
เพื่อปกปักรักษาสุสานซึ่งนายหญิงหลับใหล นางเคยใช้พลังแห่งญิณ เพื่อคงรักษาน้ำแร่ไม่ขาดสาย
แพร่ขยายความเขียวชุ่มไปทั่วทะเลทรายดั่งดาวพร่างพราย และมอบแหล่งพักพิงให้แก่ผู้ร่อนเร่ซึ่งสูญเสียบ้านเกิดเมืองนอนไป...
เวลาต่อมา ภายใต้การนำของญิณ Liloupar เมืองห้อมล้อม "โอเอซิสนิรันดร์" ที่ถูกปกครองด้วยราชาชาวมนุษย์ก็ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น
ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อนายหญิงแห่งบุปผา และความเมตตาที่มีต่ออาณาจักรแห่งใหม่ Ferigees ตัดสินใจที่จะเสียสละตนเอง
ญิณยิ่งใหญ่เมินซึ่งคำรั้งจากราชันทรายชาด และขังร่างงดงามของตนไว้ในโซ่ตรวนอันหนาวเหน็บ
แปรเปลี่ยนเป็นผนึกราวกับแก้วคริสตัล เพื่อระงับโทสะของทะเลทราย และใช้รูปลักษณ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมาปกป้องเมืองของมนุษย์...
"ถึงกระนั้น สรรพสิ่งก็มีเวลาของตน สรรพสิ่งย่อมมีวันเปลี่ยนผัน วันนี้พึ่งพากันและกัน พรุ่งนี้อาจทอดทิ้งอีกฝ่ายเหมือนกัน"
"สูญสิ้นอิสระที่ญิณแสนภาคภูมิใจ สูญเสียร่างกายที่ใช้เสพความรักและสุขสันต์ สติเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา"
"นางไม้แห่งบงกชใช้วาจาโป้ปดหวานเชื่อมล่อลวงราชาชาวมนุษย์สู่กลอุบาย ส่วนราชันทรายชาดเองก็จมดิ่งลงสู่ฝันแห่งความบ้าคลั่ง..."
"ข้ารอคอยมาโดยตลอด เอาแต่เฝ้ารออยู่ในห้วงฝันอันไร้ซึ่งการหลับใหล... รอให้ราชาแห่งผืนทรายทำตามคำสัญญาตั้งแต่ครั้นโบราณ"
ร่างที่ถูกตรึงภายในจักรกลรูปลักษณ์อัปลักษณ์ ยังคงเฝ้าหวังว่านายหญิงแห่งตนจะตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์
นางปกปักรักษาความฝันที่แตกสลายของดินแดนแห่งทรายอย่างเงียบงัน โดยโอบกอดความหวังอันน่าเศร้านี้ไว้
แม้ว่าน้ำแร่จะมีเศษทรายกรวดรสขมปะปน แม้ว่าโอเอซิสจะถูกทรายทับถมกลืนหายไป...
ท่ามกลางแรงเคลื่อนตัวอันเป็นนิรันดร์ของเครื่องจักรกลนั้น ยังคงคอยฟังฝีเท้าที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอยู่
"แต่อาจารย์ตาบอดท่านนี้เอ๋ย ข้าที่เป็นทาสซึ่งถูกโซ่ตรวนตั้งแต่เกิดนั้น ข้าผู้ซึ่งสูญสิ้นไปทุกอย่างตั้งแต่เด็กนั้น..."
"ข้าที่ถูกโชคชะตาซึ่งยากจะคาดเดาดั่งเนินทรายทอดทิ้งผู้นี้ ยังมีสิทธิ์รอต้อนรับโอกาสเปลี่ยนผันของชีวิตอีกหรือ?"
Defender of the Enchanting Dream
ถ้วยทองคำโบราณ ที่มีรูปทรงสวยงามหรูหรา ภายในที่ว่างเปล่านั้น ราวกับมีเสียงกระซิบสะท้อนอยู่ นักเดินทางผู้มาดื่มกินน้ำแร่เอ๋ย โปรดรับฟังถ้อยคำของคนแก่ตาบอดผู้นี้...
ถ้อยคำที่กล่าวถึงบทโศกแห่งเมือง Gurabad ถ้อยคำที่เกี่ยวกับฝันประหลาดของนายแห่งทรายสีชาด...
ถ้อยคำซึ่งเล่าถึงเศษเสี้ยวญิณกล้าหาญผู้สัตย์ซื่อ รวมถึงถ้อยคำที่บอกถึงความทรยศของพวกพ้อง
ตำนานเล่าขานว่า ยามเมื่อราชินีแห่งบุปผาร่วงโรย บริวารญินหลายตนของนางได้หันไปสวามิภักดิ์ต่อราชา Deshret แทน
ราชา Deshret คอยตามหาสรวงสวรรค์ในวันเก่า ณ จุดที่ตะปูสวรรค์ตกลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และได้สร้างโอเอซิสนิรันดร์ขึ้น...
ญิณยิ่งใหญ่นามว่า "Ferigees" ได้รับสั่งจากนายแห่งทรายสีชาดให้เป็นผู้ปกครองโอเอซิส
เพื่อปกปักรักษาสุสานซึ่งนายหญิงหลับใหล นางเคยใช้พลังแห่งญิณ เพื่อคงรักษาน้ำแร่ไม่ขาดสาย
แพร่ขยายความเขียวชุ่มไปทั่วทะเลทรายดั่งดาวพร่างพราย และมอบแหล่งพักพิงให้แก่ผู้ร่อนเร่ซึ่งสูญเสียบ้านเกิดเมืองนอนไป...
เวลาต่อมา ภายใต้การนำของญิณ Liloupar เมืองห้อมล้อม "โอเอซิสนิรันดร์" ที่ถูกปกครองด้วยราชาชาวมนุษย์ก็ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น
ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อนายหญิงแห่งบุปผา และความเมตตาที่มีต่ออาณาจักรแห่งใหม่ Ferigees ตัดสินใจที่จะเสียสละตนเอง
ญิณยิ่งใหญ่เมินซึ่งคำรั้งจากราชันทรายชาด และขังร่างงดงามของตนไว้ในโซ่ตรวนอันหนาวเหน็บ
แปรเปลี่ยนเป็นผนึกราวกับแก้วคริสตัล เพื่อระงับโทสะของทะเลทราย และใช้รูปลักษณ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมาปกป้องเมืองของมนุษย์...
"ถึงกระนั้น สรรพสิ่งก็มีเวลาของตน สรรพสิ่งย่อมมีวันเปลี่ยนผัน วันนี้พึ่งพากันและกัน พรุ่งนี้อาจทอดทิ้งอีกฝ่ายเหมือนกัน"
"สูญสิ้นอิสระที่ญิณแสนภาคภูมิใจ สูญเสียร่างกายที่ใช้เสพความรักและสุขสันต์ สติเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา"
"นางไม้แห่งบงกชใช้วาจาโป้ปดหวานเชื่อมล่อลวงราชาชาวมนุษย์สู่กลอุบาย ส่วนราชันทรายชาดเองก็จมดิ่งลงสู่ฝันแห่งความบ้าคลั่ง..."
"ข้ารอคอยมาโดยตลอด เอาแต่เฝ้ารออยู่ในห้วงฝันอันไร้ซึ่งการหลับใหล... รอให้ราชาแห่งผืนทรายทำตามคำสัญญาตั้งแต่ครั้นโบราณ"
ร่างที่ถูกตรึงภายในจักรกลรูปลักษณ์อัปลักษณ์ ยังคงเฝ้าหวังว่านายหญิงแห่งตนจะตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์
นางปกปักรักษาความฝันที่แตกสลายของดินแดนแห่งทรายอย่างเงียบงัน โดยโอบกอดความหวังอันน่าเศร้านี้ไว้
แม้ว่าน้ำแร่จะมีเศษทรายกรวดรสขมปะปน แม้ว่าโอเอซิสจะถูกทรายทับถมกลืนหายไป...
ท่ามกลางแรงเคลื่อนตัวอันเป็นนิรันดร์ของเครื่องจักรกลนั้น ยังคงคอยฟังฝีเท้าที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอยู่
"แต่อาจารย์ตาบอดท่านนี้เอ๋ย ข้าที่เป็นทาสซึ่งถูกโซ่ตรวนตั้งแต่เกิดนั้น ข้าผู้ซึ่งสูญสิ้นไปทุกอย่างตั้งแต่เด็กนั้น..."
"ข้าที่ถูกโชคชะตาซึ่งยากจะคาดเดาดั่งเนินทรายทอดทิ้งผู้นี้ ยังมีสิทธิ์รอต้อนรับโอกาสเปลี่ยนผันของชีวิตอีกหรือ?"
ถ้อยคำที่กล่าวถึงบทโศกแห่งเมือง Gurabad ถ้อยคำที่เกี่ยวกับฝันประหลาดของนายแห่งทรายสีชาด...
ถ้อยคำซึ่งเล่าถึงเศษเสี้ยวญิณกล้าหาญผู้สัตย์ซื่อ รวมถึงถ้อยคำที่บอกถึงความทรยศของพวกพ้อง
ตำนานเล่าขานว่า ยามเมื่อราชินีแห่งบุปผาร่วงโรย บริวารญินหลายตนของนางได้หันไปสวามิภักดิ์ต่อราชา Deshret แทน
ราชา Deshret คอยตามหาสรวงสวรรค์ในวันเก่า ณ จุดที่ตะปูสวรรค์ตกลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และได้สร้างโอเอซิสนิรันดร์ขึ้น...
ญิณยิ่งใหญ่นามว่า "Ferigees" ได้รับสั่งจากนายแห่งทรายสีชาดให้เป็นผู้ปกครองโอเอซิส
เพื่อปกปักรักษาสุสานซึ่งนายหญิงหลับใหล นางเคยใช้พลังแห่งญิณ เพื่อคงรักษาน้ำแร่ไม่ขาดสาย
แพร่ขยายความเขียวชุ่มไปทั่วทะเลทรายดั่งดาวพร่างพราย และมอบแหล่งพักพิงให้แก่ผู้ร่อนเร่ซึ่งสูญเสียบ้านเกิดเมืองนอนไป...
เวลาต่อมา ภายใต้การนำของญิณ Liloupar เมืองห้อมล้อม "โอเอซิสนิรันดร์" ที่ถูกปกครองด้วยราชาชาวมนุษย์ก็ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น
ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อนายหญิงแห่งบุปผา และความเมตตาที่มีต่ออาณาจักรแห่งใหม่ Ferigees ตัดสินใจที่จะเสียสละตนเอง
ญิณยิ่งใหญ่เมินซึ่งคำรั้งจากราชันทรายชาด และขังร่างงดงามของตนไว้ในโซ่ตรวนอันหนาวเหน็บ
แปรเปลี่ยนเป็นผนึกราวกับแก้วคริสตัล เพื่อระงับโทสะของทะเลทราย และใช้รูปลักษณ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมาปกป้องเมืองของมนุษย์...
"ถึงกระนั้น สรรพสิ่งก็มีเวลาของตน สรรพสิ่งย่อมมีวันเปลี่ยนผัน วันนี้พึ่งพากันและกัน พรุ่งนี้อาจทอดทิ้งอีกฝ่ายเหมือนกัน"
"สูญสิ้นอิสระที่ญิณแสนภาคภูมิใจ สูญเสียร่างกายที่ใช้เสพความรักและสุขสันต์ สติเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา"
"นางไม้แห่งบงกชใช้วาจาโป้ปดหวานเชื่อมล่อลวงราชาชาวมนุษย์สู่กลอุบาย ส่วนราชันทรายชาดเองก็จมดิ่งลงสู่ฝันแห่งความบ้าคลั่ง..."
"ข้ารอคอยมาโดยตลอด เอาแต่เฝ้ารออยู่ในห้วงฝันอันไร้ซึ่งการหลับใหล... รอให้ราชาแห่งผืนทรายทำตามคำสัญญาตั้งแต่ครั้นโบราณ"
ร่างที่ถูกตรึงภายในจักรกลรูปลักษณ์อัปลักษณ์ ยังคงเฝ้าหวังว่านายหญิงแห่งตนจะตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์
นางปกปักรักษาความฝันที่แตกสลายของดินแดนแห่งทรายอย่างเงียบงัน โดยโอบกอดความหวังอันน่าเศร้านี้ไว้
แม้ว่าน้ำแร่จะมีเศษทรายกรวดรสขมปะปน แม้ว่าโอเอซิสจะถูกทรายทับถมกลืนหายไป...
ท่ามกลางแรงเคลื่อนตัวอันเป็นนิรันดร์ของเครื่องจักรกลนั้น ยังคงคอยฟังฝีเท้าที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอยู่
"แต่อาจารย์ตาบอดท่านนี้เอ๋ย ข้าที่เป็นทาสซึ่งถูกโซ่ตรวนตั้งแต่เกิดนั้น ข้าผู้ซึ่งสูญสิ้นไปทุกอย่างตั้งแต่เด็กนั้น..."
"ข้าที่ถูกโชคชะตาซึ่งยากจะคาดเดาดั่งเนินทรายทอดทิ้งผู้นี้ ยังมีสิทธิ์รอต้อนรับโอกาสเปลี่ยนผันของชีวิตอีกหรือ?"