Talents
Foreign Blaze Lv.
10
โจมตีปกติ
โจมตีด้วยดาบต่อเนื่องมากสุด 5 ครั้ง
ชาร์จโจมตี
ใช้พลังกายส่วนหนึ่ง เพื่อปลดปล่อยดาบออกไปข้างหน้าสองครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ
โจมตีพุ่งลงจากอากาศ
กระโจนจากกลางอากาศลงมายังพื้นดิน เพื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในเส้นทางการโจมตี โดยจะสร้างความเสียหายวงกว้างเมื่อลงถึงพื้น
Skill Attributes
| Attribute | Value |
|---|---|
| ความเสียหายขั้น 1 | 87.9% |
| ความเสียหายขั้น 2 | 85.9% |
| ความเสียหายขั้น 3 | 104.7% |
| ความเสียหายขั้น 4 | 115.3% |
| ความเสียหายขั้น 5 | 139.9% |
| ความเสียหายชาร์จโจมตี | 110.5%+120.0% |
| ชาร์จโจมตีใช้พลังกาย | 20.0 หน่วย |
| ความเสียหายพุ่งลง | 126.4% |
| ความเสียหายพุ่งถึงพื้นจากที่ต่ำ/สูง | 253%/316% |
Flowfire Blade Lv.
10
เรียกเปลวไฟที่สามารถเผาผลาญผืนดิน และทำให้เกิดเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันไปตามการกดและกดค้าง
กด
เรียกพลังแห่งไฟด้วยวิธีการอันร้อนแรง หลังจากปล่อย นักเดินทางจะได้รับค่าวิญญาณราตรี 42 หน่วย และเข้าสู่สถานะพรวิญญาณราตรี พร้อมทั้งเรียก "กงล้อเพลิงโหม" ที่ติดตามตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น
เมื่อกงล้อเพลิงโหมเข้าใกล้ศัตรู จะสร้างความเสียหายไฟที่มีคุณสมบัติวิญญาณราตรี ให้กับศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงเป็นระยะ
กดค้าง
เรียกพลังแห่งไฟด้วยวิธีการอันมั่นคง และสร้างความเสียหายไฟวงกว้างที่มีคุณสมบัติวิญญาณราตรี ให้กับศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง หลังจากปล่อย นักเดินทางจะได้รับค่าวิญญาณราตรี 42 หน่วย และเข้าสู่สถานะพรวิญญาณราตรี พร้อมทั้งเรียก "กงล้อแผดเผา" ที่ติดตามตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น
เมื่อตัวละครในสนามที่อยู่ในกงล้อแผดเผา สร้างความเสียหายให้กับศัตรู กงล้อแผดเผาจะทำการประสานการโจมตี และสร้างความเสียหายไฟที่มีคุณสมบัติวิญญาณราตรี ตามพลังโจมตีของนักเดินทาง โดยเอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 3 วินาที
พรวิญญาณราตรี - นักเดินทาง
ใช้ค่าวิญญาณราตรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพรวิญญาณราตรีของนักเดินทางจะคงอยู่ได้นานสุด 12 วินาที และพรวิญญาณราตรีของนักเดินทางจะสิ้นสุด เมื่อค่าวิญญาณราตรีหมดลง เมื่อปล่อยสกิลธาตุอีกครั้งในช่วงเวลานี้ ค่าวิญญาณราตรีของนักเดินทางจะรีเฟรชเป็น 42 หน่วย
กงล้อเพลิงโหมและกงล้อแผดเผาจะหายไปเมื่อพรวิญญาณราตรีของนักเดินทางสิ้นสุดลง และกงล้อเพลิงโหมและกงล้อแผดเผาที่นักเดินทางเรียกออกมา จะสามารถคงอยู่ในเวลาเดียวกันเพียงหนึ่งอันเท่านั้น
คุณกับ Paimon เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนสี ของเปลวไฟที่แผดเผา
Skill Attributes
| Attribute | Value |
|---|---|
| ความเสียหายกงล้อเพลิงโหม | 50.5% |
| ความเสียหายเมื่อกดค้าง | 177.8% |
| ความเสียหายกงล้อแผดเผา | 146.6% |
| ขีดจำกัดค่าวิญญาณราตรี | 80.0 หน่วย |
| คูลดาวน์ | 18.0 วิ |
Plains Scorcher Lv.
10
รวบรวมเปลวไฟ ให้กลายเป็นตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเสียหายไฟวงกว้างที่มีคุณสมบัติวิญญาณราตรีให้กับศัตรูตรงหน้า และภายใน 4 วินาทีต่อมา จะฟื้นฟูค่าวิญญาณราตรีให้กับนักเดินทาง 7 หน่วย ในทุกวินาที
คุณกับ Paimon ศึกษาเงื่อนไขในการทำให้ไฟ ลุกไหม้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
Skill Attributes
| Attribute | Value |
|---|---|
| ความเสียหายสกิล | 769.0% |
| คูลดาวน์ | 18.0 วิ |
| พลังงานธาตุ | 70 |
Passives
True Flame of Incineration
Embers Unspent
Constellations
01
Starfire's Flowing Light
02
Ever-Lit Candle
03
Relayed Beacon
เพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15
04
Ravaging Flame
05
The Fire Inextinguishable
เพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15
06
The Sacred Flame Imperishable
Materials Calculator
Voice Lines
เกี่ยวกับกังหันลม...
Traveler: เพราะว่า Mondstadt นั้นอยู่เหนือกว่าระดับของน้ำ เพราะงั้นเลยต้องใช้กังหันลม ในการสูบน้ำขึ้นมายังไงล่ะ
Paimon: ถูกต้อง! Mondstadt น่ะมีลมพัดตลอดทั้งปี เพราะงั้นการจัดหา ทรัพยากรน้ำเลยมั่นคงมาก ๆ
Paimon: แล้วก็... กังหันลมก็ถือว่าเป็น "ลมที่มองเห็นได้" ล่ะนะ ส่วน... กระดิ่งลมก็ถือเป็น "ลมที่สามารถฟังได้" ยังไงล่ะ
Paimon: หรือก็คือเครื่องรางสำหรับอธิษฐาน ขอพรต่อเทพแห่งสายลม อย่างหนึ่งยังไงล่ะ
Traveler: อย่างนี้นี่เอง เป็นเครื่องรางเหมือนกับ Paimon นี่เอง
Paimon: จะเหมือนได้ยังไงกัน! กังหันลมน่ะทำขึ้นมาจากไม้ เอามาทำเป็นอาหารฉุกเฉินไม่ได้ หรอกนะ อย่างมากก็ได้แค่เอามาทำ ไม้จิ้มฟันเท่านั้นแหละ!
Traveler: อืม...
Traveler: ...ฉันควรจะพูดว่าไงดีเนี่ย?
เกี่ยวกับเถ้าแก่ร้านเหล้า...
Paimon: หมายถึง Angel's Share เหรอ? แต่นายท่าน Diluc นั่นดูรวยจะตายไป
Paimon: ต้องจ่ายทิปขนาดไหนถึงจะทำให้เขามองว่ามากพอกันล่ะ?
Traveler: อืม... งั้นบางทีฉันอาจจะจำผิดไป
Traveler: บางทีคำพูดนั่น ฉันอาจจะได้ฟังมาจากโลกอื่นล่ะมั้ง...
Paimon: ก็เธอไปมาแล้วตั้งหลายโลกนี่เนอะ
เกี่ยวกับ Cider Lake...
Paimon: เหล้าแอปเปิ้ลที่ดีที่สุดของ Mondstadt น่ะ ก็ต้องใช้น้ำของทะเลสาบ แห่งนี้ซึ่งมีความหวานเท่านั้น
Paimon: น้ำของทะเลสาบนั่นน่ะ อร่อยมาก ๆ เลยล่ะ! ฉันสามารถดื่มขวดใหญ่ ๆ สองขวดได้รวดเดียวเลยล่ะ
Traveler: สุดยอดไปเลยนะ
Paimon: เหอะ ๆ
Traveler: Paimon ตัวเล็กแค่นี้ แต่ดื่มน้ำตั้งมากขนาดนั้น...
Traveler: ก็ยังไม่ตัวระเบิดลอยไปบนฟ้า เหมือนอย่างเจ้า Anemo Slime พวกนั้น...
Paimon: เหอะ ๆ ฉันแยกกระเพาะสำหรับกินของ อร่อย ๆ ไว้ไงล่ะ
Traveler: อืม... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ สิ่งที่ยังไม่รู้ก็ยังเหลืออีกตั้ง มากสินะ...
Story
Description
ข้อมูลตัวละคร
แต่โลกนี้จะไม่มอดไหม้ไปมากกว่านี้ เพราะคุณจะขึ้นมาครองตำแหน่ง "เทพเจ้า"
เรื่องราวของตัวละคร 1
เรื่องราวของตัวละคร 2
เรื่องราวของตัวละคร 3
เรื่องราวของตัวละคร 4
เรื่องราวของตัวละคร 5
เครื่องถักทอโชคชะตา
วิชั่น
Dressing Room
คืนพิภพสร้างนภา
...เรื่องราวเหล่านี้ฟังดูโรแมนติก แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือภาระหน้าที่อันหนักหนาสาหัสที่ใกล้เคียงกับทัณฑ์ทรมาน
มันเองก็เคยจินตนาการถึงภาพเช่นนี้: ฝาแฝดทั้งสองภายใต้ฟ้ายามราตรีอันงดงามหลากสีสัน กำลังเหม่อมองหมู่ดาวและดาวบริวารที่นับไม่ถ้วน ด้วยแววตาที่เป็นประกายวับวาว
แต่แล้วมันก็รีบตัดกระแสความคิดนั้นทันที ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีสีสันผิดแปลกย่อมหมายถึงชั้นบรรยากาศที่ไม่เหมาะต่อการดำรงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น หากต้องเจอเรื่องพรรค์นี้ซ้ำ ๆ หลายร้อยครั้ง ความรู้สึกซาบซึ้งตรึงใจใด ๆ ก็คงเหือดหายไปนานแล้ว
มันไม่ได้ปลุกนักเดินทางฝาแฝดให้ตื่นจากห้วงนิทรา แต่เลือกที่จะแบกรับช่วงเวลาแห่งการพลัดถิ่น และการสำรวจที่ยาวนานจนยากจะนับคำนวณไว้เพียงลำพัง
แม้ว่าข้อมูลเชิงลึกของธรณีภาค บรรยากาศภาค และชีวภาคจะไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดนั้น
เพราะการปรับเปลี่ยนภูมิประเทศ ปรับแต่งชั้นบรรยากาศ หรือสร้างระบบนิเวศขึ้นใหม่ ล้วนเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับยานบุกเบิกที่บรรทุกเมล็ดพันธุ์อัคนีแห่งอารยธรรมไว้
ตำแหน่ง ระยะห่าง และอายุขัยของดาวฤกษ์อาจจะยุ่งยากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางรับมือ
สิ่งที่ยากเย็นอย่างแท้จริง คือการค้นหาโลกที่มี "ศักยภาพ" ต่างหาก ไม่อย่างนั้น หายนะก็จะไล่ตามมาทันอีกครั้งในไม่ช้า
นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางอันยาวไกล
ดาวเคราะห์ที่เคยผ่านทางมาไม่ใช่เป้าหมายด้วยซ้ำ เพราะดาวฤกษ์ของมันได้ก้าวเข้าสู่วัยชราแล้ว
ชีวภาคและบรรยากาศภาคของดาวเคราะห์ถูกทำลายล้างอย่างไร้ความปรานี บนพื้นผิวหลงเหลือเพียงแมกมาที่แข็งจับตัวกัน
นี่คือโศกนาฏกรรมที่เกิดจากการระเบิดของซูเปอร์โนวา
แสงสว่างและความร้อนที่สาดส่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์จนถึงหลายเดือน คือความรุ่งโรจน์ครั้งสุดท้ายของดาวฤกษ์ดวงนั้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นดาวแคระอันเย็นเยียบและมืดมิด
มันลองคำนวณเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้นดู...
โอ้ มีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ด้วยเหรอ? รังสีที่ตกค้างในชั้นหินบ่งชี้ว่า การระเบิดของซูเปอร์โนวานั้นเกิดขึ้นในปีเดียวกับที่ฝาแฝดถือกำเนิด
แน่นอนว่า ทั้งสองเรื่องนี้ย่อมไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
การสังเวยความอุดมสมบูรณ์ของโลกใบหนึ่งเพื่อเฉลิมฉลองการถือกำเนิดของพวกเขา... ในโลกนี้คงไม่มีเรื่องอะไรที่ฟุ่มเฟือยและโหดร้ายได้ขนาดนั้นหรอก
แต่ว่า การเดินทางระหว่างระบบดาวก็อันตรายจริง ๆ นั่นแหละ การระเบิดของซูเปอร์โนวาที่อยู่ห่างออกไปแค่ห้าถึงหกปีแสง ก็อาจสร้างความเสียหายต่อคลังเก็บรักษาพันธุ์สิ่งมีชีวิตได้ และอาจเป็นอันตรายต่อฝาแฝดด้วย
มันจึงรีบปรับปรุงเสื้อผ้าในตู้ให้เป็นวัสดุที่เหมาะกับการเดินทางในอวกาศมากขึ้น แล้วนำไปคลุมไว้บนแคปซูลจำศีล แม้อาจจะไม่ได้มีประโยชน์มากมายนัก แต่ก็เป็นสิ่งปลอบประโลมใจได้บ้าง
ฝาแฝดได้รับการคุ้มกันใหม่ในระหว่างอยู่ในห้วงนิทรา ส่วนมันก็ออกเดินทางต่อไป เพื่อสำรวจผืนดิน ชั้นหิน ชั้นบรรยากาศและฟากฟ้าอีกนับไม่ถ้วน
