Stats
MAIN STATS
Lv.
0
4 Star
5 Star
พลังชีวิต
645
717
SUB STATS
Roll 1
Roll 2
Roll 3
Roll 4
พลังชีวิต
209
239
269
299
พลังชีวิต
4.1%
4.7%
5.3%
5.8%
พลังโจมตี
14
16
18
19
พลังโจมตี
4.1%
4.7%
5.3%
5.8%
พลังป้องกัน
16
19
21
23
พลังป้องกัน
5.1%
5.8%
6.6%
7.3%
อัตราคริ
2.7%
3.1%
3.5%
3.9%
ความแรงคริ
5.4%
6.2%
7.0%
7.8%
การฟื้นฟูพลังงาน
4.5%
5.2%
5.8%
6.5%
ความชำนาญธาตุ
16
19
21
23
Story
In Rememberance of Viridescent Field
ดอกไม้ป่าที่ครั้งหนึ่งเคยแพร่กระจายไปทั่วสถานที่ นายพรานจะกลัดมันบนหน้าอกเมื่อครั้งออกจากเมือง ดอกไม้ป่าสีขาวที่ครั้งหนึ่งเคยเบ่งบานไปทั่วโลก
แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีความแห้งกร้านและยังมีกลิ่นหอมสดชื่น
ในสมัยที่สัตว์ป่ายังคงเดินเตร่ทั่วโลกและมอนสเตอร์ยังไม่ได้ปรากฏ
นายพรานจะใช้ดอกไม้นี้เพื่อปกปิดกลิ่นของมนุษย์
ว่ากันว่าหากต้องการจะตามหานายพรานที่ทั้งเงียบและอ่อนโยนนั้น
เพียงแค่หลับตาและเดินเท้าเปล่าตามกลิ่นหอมอันเบาบางของดอกไม้ในป่า
ต้องเดินให้เงียบเหมือนนักล่า เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบไม้ส่งเสียงใต้ฝ่าเท้า และเตือนให้นักล่ารู้ถึงการมาถึง
อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า: ผู้ที่หาตัวนายพรานพบในตอนท้ายเป็นเด็กผู้ชาย
ในเวลานั้นความหายนะเพิ่งจะเกิดขึ้นกับอาณาจักรโบราณและความทุกข์ยากได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีความแห้งกร้านและยังมีกลิ่นหอมสดชื่น
ในสมัยที่สัตว์ป่ายังคงเดินเตร่ทั่วโลกและมอนสเตอร์ยังไม่ได้ปรากฏ
นายพรานจะใช้ดอกไม้นี้เพื่อปกปิดกลิ่นของมนุษย์
ว่ากันว่าหากต้องการจะตามหานายพรานที่ทั้งเงียบและอ่อนโยนนั้น
เพียงแค่หลับตาและเดินเท้าเปล่าตามกลิ่นหอมอันเบาบางของดอกไม้ในป่า
ต้องเดินให้เงียบเหมือนนักล่า เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบไม้ส่งเสียงใต้ฝ่าเท้า และเตือนให้นักล่ารู้ถึงการมาถึง
อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า: ผู้ที่หาตัวนายพรานพบในตอนท้ายเป็นเด็กผู้ชาย
ในเวลานั้นความหายนะเพิ่งจะเกิดขึ้นกับอาณาจักรโบราณและความทุกข์ยากได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
Viridescent Arrow Feather
ขนหางของลูกศรที่ครั้งหนึ่งเคยเจาะทะลุร่างของเหยื่อ จนถึงวันนี้มันยังคงดูใหม่เหมือน วันวาน ขนนกนักล่าสีสดใสและสะอาด เคยเป็นวัสดุที่ดีสำหรับขนหางของลูกธนู
ในอดีตเมื่อลูกธนูของนักล่าเจาะทะลุเป้าหมาย
เธอจะเดินลงมาและลูบที่ขนของมันเบา ๆ จนกว่าชีวิตของมันจะดับไป
เพราะเธอรู้ดีว่าวันหนึ่งดวงวิญญาณของเธอ ก็จะไปยังที่ที่เหยื่อของเธอไปเช่นกัน
เธอเชื่อว่าในตอนจบของชีวิตเธอ เธอจะตื่นขึ้นจากความเป็นจริง
และรวมตัวกับเหล่าผู้คนที่ไม่อยู่ในโลกนี้แล้วในสถานที่ที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
แต่เธอก็เชื่อว่าในตอนที่ลูกธนูของเธอเจาะเข้าไปในตัวอสูรที่กำลัง ไล่ล่าเด็กชาย
เธอฟังคำขอของเขาอย่างตั้งใจ เพื่อการแก้แค้น เพื่อความเจ็บปวด
แต่ไม่ใช่เพื่อความอยู่รอด เพื่อธรรมชาติ หลังจากล่าสัตว์ประหลาดที่อัปลักษณ์
ตนเองได้สูญเสียพื้นที่การล่าสัตว์ที่ไม่มีขอบเขตในตอนท้ายของชีวิตไปแล้ว
ในอดีตเมื่อลูกธนูของนักล่าเจาะทะลุเป้าหมาย
เธอจะเดินลงมาและลูบที่ขนของมันเบา ๆ จนกว่าชีวิตของมันจะดับไป
เพราะเธอรู้ดีว่าวันหนึ่งดวงวิญญาณของเธอ ก็จะไปยังที่ที่เหยื่อของเธอไปเช่นกัน
เธอเชื่อว่าในตอนจบของชีวิตเธอ เธอจะตื่นขึ้นจากความเป็นจริง
และรวมตัวกับเหล่าผู้คนที่ไม่อยู่ในโลกนี้แล้วในสถานที่ที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
แต่เธอก็เชื่อว่าในตอนที่ลูกธนูของเธอเจาะเข้าไปในตัวอสูรที่กำลัง ไล่ล่าเด็กชาย
เธอฟังคำขอของเขาอย่างตั้งใจ เพื่อการแก้แค้น เพื่อความเจ็บปวด
แต่ไม่ใช่เพื่อความอยู่รอด เพื่อธรรมชาติ หลังจากล่าสัตว์ประหลาดที่อัปลักษณ์
ตนเองได้สูญเสียพื้นที่การล่าสัตว์ที่ไม่มีขอบเขตในตอนท้ายของชีวิตไปแล้ว
Viridescent Venerer's Determination
เครื่องมืออันน่าพิศวงที่นายพรานเคยพกติดตัวไว้ มันจะชี้ไปที่เหยื่อเสมอ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่จะชี้ไปยังทิศทางที่ถูกเสมอ
ว่ากันว่า เมื่อนายพรานเดินเงียบ ๆ ในทุ่งหญ้าด้วยเท้าเปล่า
หญ้าที่อยู่ใต้เท้าของเธอจะบอกเธอว่านกบนต้นไม้เห็นอะไร
และโคลนที่เธอเหยียบย่ำจะบอกเธอว่ารากในพื้นดินนั้นได้ยินอะไร
ว่ากันว่า นับตั้งแต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประเทศโบราณเป็นต้นมา ต้นไม้และใบหญ้าก็ไม่เอ่ยปากพูดอีกต่อไป
เพราะว่าเทพแห่งป่าไม้นั้นได้ตายในหายนะครั้งนั้นไปแล้ว
หลังจากนั้นมา เธอก็พึ่งพาเครื่องมือนี้ขณะออกล่ามาโดยตลอด
หลังจากยอมรับคำขอของเด็กชาย จากนี้เธอจะไม่ล่าสัตว์หรือนกอีกต่อไป
แต่เป็นเหล่าอสูรที่ออกมาจากประเทศโบราณและนำพาภัยพิบัติและความเจ็บปวดไปสู่พวกมัน
ว่ากันว่า เมื่อนายพรานเดินเงียบ ๆ ในทุ่งหญ้าด้วยเท้าเปล่า
หญ้าที่อยู่ใต้เท้าของเธอจะบอกเธอว่านกบนต้นไม้เห็นอะไร
และโคลนที่เธอเหยียบย่ำจะบอกเธอว่ารากในพื้นดินนั้นได้ยินอะไร
ว่ากันว่า นับตั้งแต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประเทศโบราณเป็นต้นมา ต้นไม้และใบหญ้าก็ไม่เอ่ยปากพูดอีกต่อไป
เพราะว่าเทพแห่งป่าไม้นั้นได้ตายในหายนะครั้งนั้นไปแล้ว
หลังจากนั้นมา เธอก็พึ่งพาเครื่องมือนี้ขณะออกล่ามาโดยตลอด
หลังจากยอมรับคำขอของเด็กชาย จากนี้เธอจะไม่ล่าสัตว์หรือนกอีกต่อไป
แต่เป็นเหล่าอสูรที่ออกมาจากประเทศโบราณและนำพาภัยพิบัติและความเจ็บปวดไปสู่พวกมัน
Viridescent Venerer's Vessel
กระเป๋าเก็บน้ำที่ถูกใช้โดย Viridescent Venerer ความจุของมันนั้นช่างมากมายอย่างน่าเหลือเชื่อ ภาชนะที่แข็งแรงมากและอุดรอยรั่วไว้อย่างดี
นักล่าในตำนานเคยใช้มันเพื่อรวบรวมเสียงกระซิบข้างกองไฟ
บางครั้งนายพรานจะได้กลิ่นของคนอื่นโชยมาท่ามกลางคืนที่มืดมิด
เธอผู้ไม่เกรงกลัวแม้การเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าหรืออสูร
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการเผชิญหน้าเหล่านั้นคือการพูดคุยกับผู้อื่น รอบกองไฟ
ในตอนนั้นนายพรานได้ลืมไปแล้วว่าภาษามนุษย์นั้นพูดอย่างไร
แม้ในอนาคตเธอก็ได้รับมอบหมายให้เป็นนักล่า Viridescent Venerer
ก็ยังไม่มีใครได้ยินเสียงของเธออยู่ดี เหมือนกันกับที่เธอไม่เคยทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย
...ในคืนนั้น เธอนำเสียงหัวเราะที่เธอได้ยินใส่ลงไปในถุงน้ำของตน
ภายในระยะเวลาหลายปี เธอจะฟังเสียงในถุงน้ำทุกครั้งที่เธอรู้สึกเหงา
นักล่าในตำนานเคยใช้มันเพื่อรวบรวมเสียงกระซิบข้างกองไฟ
บางครั้งนายพรานจะได้กลิ่นของคนอื่นโชยมาท่ามกลางคืนที่มืดมิด
เธอผู้ไม่เกรงกลัวแม้การเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าหรืออสูร
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการเผชิญหน้าเหล่านั้นคือการพูดคุยกับผู้อื่น รอบกองไฟ
ในตอนนั้นนายพรานได้ลืมไปแล้วว่าภาษามนุษย์นั้นพูดอย่างไร
แม้ในอนาคตเธอก็ได้รับมอบหมายให้เป็นนักล่า Viridescent Venerer
ก็ยังไม่มีใครได้ยินเสียงของเธออยู่ดี เหมือนกันกับที่เธอไม่เคยทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย
...ในคืนนั้น เธอนำเสียงหัวเราะที่เธอได้ยินใส่ลงไปในถุงน้ำของตน
ภายในระยะเวลาหลายปี เธอจะฟังเสียงในถุงน้ำทุกครั้งที่เธอรู้สึกเหงา
Viridescent Venerer's Diadem
มงกุฎที่ Viridescent Venerer เคยสวมอย่างภาคภูมิ มันทั้งเขียวและสดราวกับที่ราบ ท่ามกลางสายลม พวกนายพรานที่ไม่เคยเปื้อนเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว
ในตำนานพื้นบ้าน มันเป็นของราชานายพรานผู้ไร้มงกุฎ
กฎของนายพรานคือการไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อแผ่นดินและป่า
แต่คือการเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยมีนกมาทำรังอยู่บนหัว
ไม่มีใครสามารถปราบนายพรานที่เก่งที่สุดลงได้
เพราะว่าสิ่งเดียวที่เหนือกว่าเขาคือธรรมชาติ
ต่อมาสีเขียวของหมวกนักล่านี้กลายเป็นหายนะ
ท่ามกลางเหล่าอสูร ทำให้พวกมันกลัวเป็นอย่างมาก
ในตำนานพื้นบ้าน มันเป็นของราชานายพรานผู้ไร้มงกุฎ
กฎของนายพรานคือการไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อแผ่นดินและป่า
แต่คือการเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยมีนกมาทำรังอยู่บนหัว
ไม่มีใครสามารถปราบนายพรานที่เก่งที่สุดลงได้
เพราะว่าสิ่งเดียวที่เหนือกว่าเขาคือธรรมชาติ
ต่อมาสีเขียวของหมวกนักล่านี้กลายเป็นหายนะ
ท่ามกลางเหล่าอสูร ทำให้พวกมันกลัวเป็นอย่างมาก